[รีวิว] I Am Woman – คุณผู้หญิงยืนหนึ่งหัวใจแกร่ง

[รีวิว] I Am Woman – คุณผู้หญิงยืนหนึ่งหัวใจแกร่ง หากถามผมก่อนไปดูเรื่องนี้ว่า Helen Reddy คือใคร? ผมก็คงตอบไปว่า “ไม่รู้จัก” คุ้นชื่อไหม “ก็คงไม่อีกนั่นแหละ” เคยฟังเพลงของเธอมาก่อนหรือเปล่า “ไม่เคยเลยสักครั้ง” ซึ่งเราไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนเลย เรารู้เพียงแต่ว่าหนัง I Am Woman ก็จะพาเราไปรู้จักเธอคนนี้นี่แหละ

อย่างที่ได้กล่าวไป I Am Woman เป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของนักร้องชื่อดังแห่งยุค 70s – Helen Reddy หนังบอกเรื่องราวที่เธอต้องประสบพบเจอมา อาจจะไม่ใช่เริ่มต้นตั้งแต่เธอยังเด็กว่าทำไมเธอถึงร้องเพลงเพราะ แต่หนังเล่าตั้งแต่เธอได้เดินทางเข้ามายัง New York พร้อมกับลูกของเธอ มาพร้อมกับความฝันอยากเป็นนักร้อง แต่ไม่มีค่ายจะเอาผู้หญิงไปร้องเพลง เพราะในยุคนั้นมันช่างยากเหลือเกินท่ามกลางสังคมความไม่เท่าเที่ยมกันระหว่างชาย-หญิง นั่นจึงทำให้เธอต้องกัดฟันสู้และอยู่ด้วยความฝัน

นั่นคือสิ่งที่หนังเรื่องนี้ได้บอกเล่า ได้พาเราไปรู้จักตัวของเธอ พร้อมๆ สลับกับเพลงอันโคตรไพเราะของเธอ สิ่งที่ชอบมากๆ คือ เวลามีหนังชีวประวัตินักร้องหรือนักดนตรี เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นฉากร้องเพลงยาวๆ หรือได้ยินเพลงเต็มๆ เท่าไหร่นัก แต่เรื่องนี้จัดเต็มมาก เพราะตลอดเกือบ 2 ชั่วโมง เราจะได้ยินเพลงของ Helen Reddy หลายเพลงมาก และไม่ใช่มานิดๆ มาแบบเต็มๆ เพลง 3-4 เพลงเลยทีเดียว และที่สำคัญเพลง I Am Woman นี่โคตรเพราะจนไม่รู้จะบรรยายยังไง

นอกเหนือจากเส้นทางการเป็นศิลปินของเธอท่ามกลางสังคมความไม่เท่าเทียม หนังยังบอกเล่าด้วยว่าตัวเธอได้เกี่ยวข้องเรียกร้องสนับสนุนความเท่าเทียมกันโดยบอกผ่านเพลง I Am Woman ของเธอนี่แหละ ซึ่งเพลงนี้เธอก็ได้แต่งออกมาเพื่อความเท่าเทียมทางเพศด้วย เสียงของเธอเปรียบเสมือนตัวแทนของผู้หญิงทั่วโลก ยิ่งฉากการร้องเพลงตอนจบในงานประท้วงของผู้ชุมนุมเรียกร้องความเท่าเทียมกันที่ Washington D.C. ในปี 1989 ทำออกมาได้โคตรดี ขนลุกเลย สุดยอดมากจริงๆ กินใจ และทรงพลังแบบสุดๆ ซึ่งเพลง I Am Woman ก็ได้กลายมาเป็นบทเพลงสำคัญสำหรับเหล่าผู้เรียกร้องความเท่าเทียมกันของเพศอย่างไม่เป็นทางการ

หนังใช้มูดแอนโทนได้ชาญฉลาดมาก ตั้งแต่หนังเปิดเรื่องที่ Helen Reddy เดินทางเข้ามายัง New York เราจะเห็นได้เลยว่าโทนภาพจะเป็นสีน้ำเงินโทนเย็น ยกเว้นตัวเธอที่ใส่สีน้ำตาลออกส้มไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอคือคนแปลกแยกในสังคมแห่งนี้ และหากสังเกตไปตลอดทั้งเรื่องจะมีบางที่ที่ตัวเธอจะใส่เสื้อผ้าและกลมกลืนกับฉากเหล่านั้น นั่นคือสถานที่ที่เหมาะกับเธอ

ทางด้านนักแสดงถือว่าสอบผ่านแบบสุดๆ ทั้ง Tilda Cobham-Hervey ที่มารับบท Helen Reddy ที่เล่นได้มีเสน่ห์ สง่า เอาอยู่ในทุกฉากไม่ว่าจะแฮปปี้ ฉากน่ารักๆ ฉากดราม่า หรือฉากการแสดงอันทรงพลังเธอก็สามารถเอาอยู่จริงๆ แต่ที่น่าตกใจและเซอร์ไพรส์มาก คือการแสดงของ Evan Peters นักแสดงจากซีรีส์ AHS และผู้รับบท Quicksilver ในจักรวาล X-Men มารับบทเป็น Jeff Wald ผู้จัดการส่วนตัวและสามีของ Helen Reddy เขาระเบิดฟอร์มการแสดงออกมาอย่างสุดยอด เข้าถึงอารมณ์ในแต่ละซีนแบบสุดๆ ฉากระเบิดอารมณ์นี่ดูจริงและดูเยี่ยมมาก ทั้งสองคนแสดงได้อย่างไร้ที่ติจริงๆ

หากจะมีจุดบกพร่องก็อาจจะมีแค่เรื่องราวบางอย่างผ่านไปรวดเร็ว ความลำบาก การพยายามเป็นศิลปินของ Helen Reddy มันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้ กว่าการที่เธอจะได้ยืนบนเวทีโดยเป็นตัวของตัวเองได้ หรือความสำเร็จในการเป็นศิลปินน่าจะมีอะไรให้เราเห็นความยอดเยี่ยมของเธอได้มากกว่านี้

สรุปแล้ว I Am Woman เป็นหนังชีวประวัติของ Helen Reddy ที่บอกเล่าได้สนุก ไม่มีจุดชวนเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย เราจะได้เห็นเส้นทางการเป็นศิลปินของเธอว่ากว่าจะไปยืนในจุดนั้นได้เธอต้องเจออะไรมาบ้าง ท่ามกลางสังคมความไม่เท่าเทียมทางเพศ และที่สำคัญการได้ไปฟังเพลงของเธอแบบเต็มๆ ในหลายๆ เพลงของหนังเรื่องนี้ ก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มแล้ว โดยเฉพาะเพลง I Am Woman เพราะมันทั้งเพราะโคตร และทรงพลังแบบสุดๆ